รู้เรื่องแก๊ส ความรู้เกี่ยวกับรถใช้แก๊ส อุปกรณ์มาตรฐานรถติดตั้งแก๊ส และอุปกรณ์แก๊สต่างๆ อุปกรณ์ตรวจเช็ค รถติดตั้งแก๊ส ขั้นตอนการติดตั้งแก๊ส งานบริการต่างๆ ความรู้สาระต่างๆ ของรถใช้แก๊ส จองติดตั้งแก๊ส
เช็คราคา รีวิวรถติดแก๊ส

VSI DI
ชุดอุปกณ์ Prins
VSI DI


อุปกรณ์
ชุดอุปกรณ์มาตรฐาน
รายละเอียดชุดมาตรฐาน
ราคาค่าติดตั้ง
(เริ่มต้น)
จองติดตั้งแก๊ส
VSI DI

เป็นชุดอุปกรณ์แบบเดียวกับชุด VSI-2 K9 แต่มีการเพิ่ม อุปกรณ์ตัวตัดสัญญาณหัวฉีด เป็นเทคโนโลยีที่จะสามารถทำให้ติดตั้งกับรถที่เป็นระบบเครื่องยนต์ Direct Injection

65,000.-

อุปกรณ์เสริม เพิ่มจาก ชุดมาตรฐาน พร้อมราคา

อุปกรณ์เฉพาะรุ่นที่จำเป็นต้องใส่
อุปกรณ์เสริม
เพิ่ม

อุปกรณ์เสริม อื่นๆ
อุปกรณ์เสริม
เพิ่ม

Toyota New Camry 2.0G กับการติดตั้งแก๊สที่สมบูรณ์แบบ ทั้ง LPG และ NGV

บทความก่อนหน้า

 

   กว่า 3 เดือนเต็มๆ ที่ หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ใช้เวลาในการติดตั้งและทดสอบระบบแก๊สใน Toyota New Camry เครื่องยนต์ 6AR-FSE เป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ D-4S
    ด้วยความที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ต้องบอกว่าเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของทางร้านด้วย โปรเจ็คต์นี้จึงใช้เวลานานอยู่พอสมควร เวลาที่ใช้ไปคงอยู่ที่การทดสอบเป็นสำคัญ ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนทีมงานต้องทดสอบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อพัฒนาให้ระบบมีความสมบูรณ์ 100%

New Toyota Camry มาส่งที่ร้านหลังวันเปิดตัวเพียงวันเดียว เมื่อรถมาถึงทีมงานลงมือติดตั้งแก๊สทันที จนถึงวันนี้ใช้เวลาในการทดสอบไปกว่า 3 เดือนเต็มๆ

ถึงตอนนี้ ทีมงานได้ขับทดสอบ New Toyota Camry กับการใช้แก๊ส LPG ไปแล้วกว่า 15,000 กิโลเมตร ทั้งการทดสอบบนไดโนเทสต์และขับทดสอบบนถนนจริง ตามสภาวะการใช้งานจริง ลูกค้าท่านใดที่ใช้ New Toyota Camry รุ่น 2.0 ที่เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ถ้าสนใจติดตั้งแก๊สติดต่อทางร้านได้เลยครับ ตอนนี้ทางร้านพร้อมให้บริการติดแก๊สทั้ง LPG และ NGV ในรถรุ่นนี้แล้ว

การทดสอบทำทั้งการวิ่งทดสอบบนไดโนเทสต์และการขับบนถนนจริงตามสภาพการจราจรและการใช้งานจริง รวมระยะทางในตอนนี้วิ่งทดสอบไปแล้วเป็นระยะทางกว่า 15,000 กิโลเมตร

ถ้ารู้ไม่จริง ถึงติดตั้งได้ ก็ทำงานไม่สมบูรณ์
    การติดตั้งแก๊ส LPG ให้กับ New Toyota Camry รุ่น 2.0G เริ่มแรกทางร้านเริ่มจากการติดตั้งชุด Prins VSI-DI ซึ่งเป็นชุดแก๊สสำหรับเครื่องยนต์ GDI มาติดตั้งก่อน โดยมีวิศวกรจากต่างประเทศเดินทางมาควบคุมการติดตั้งและปรับจูนระบบด้วยตัวเองเช่นเคยเหมือนกับโปรเจ็คต์ใหม่ๆ ที่ผ่านมาของร้าน
    สิ่งที่ต่างออกไปในครั้งนี้คือ วิศวกรได้นำเครื่องมือเรียกว่าเป็นเครื่องมือชุดใหญ่ จะบอกว่านำห้องแล็ปเคลื่อนที่มาด้วยก็คงไม่ผิด เพื่อนำมาตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ต่างๆ โดยละเอียด ถ้าดูจากภาพน่าจะชัดเจนกว่าว่าครั้งนี้ทั้งทีมงานของร้านเอง หรือแม้แต่ตัววิศวกรจากต่างประเทศทำงานกันเข้มข้นขนาดไหน

จารูน วิศวกรที่เป็นผู้ดูแลการติดตั้งและการทดสอบในครั้งนี้ เดินทางมาทำงานร่วมกับทีมงานของร้าน 2 ครั้งด้วยกัน แต่ละครั้งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์

เครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบการทำงานพร้อมทั้งอ่านค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้ทั้งหมด ทำให้รู้ว่าเครื่องยนต์ D-4S มีรูปแบบการทำงานอย่างไร ถ้าไม่ทราบค่าโดยละเอียดคงไม่สามารถติดตั้งและปรับจูนให้ระบบแก๊สทำงานได้อย่างสมบูรณ์

    ใช้เวลาอยู่ประมาณสัปดาห์กว่าๆ การติดตั้งและการทดสอบในรอบแรก เป็นการทดสอบในเบื้องต้นก็เสร็จสิ้น เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ ภายใต้การใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิง หากมองเพียงผิวเผินเครื่องยนต์สามารถทำงานได้ดี ทั้งอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
    แต่การติดตั้งแก๊สสำหรับเครื่องยนต์ D-4S ซึ่งใช้การจ่ายเชื้อเพลิง 2 ระบบ ผ่านหัวฉีด 8 หัว แบ่งเป็น Port Injector 4 หัว และ Direct Injector 4 หัว ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ระหว่างการทดสอบทั้งการทดสอบบนไดโนเทสต์และการขับทดสอบบนถนน ทำให้ตรวจสอบพบว่าการทำงานยังมีข้อบกพร่องบางอย่างอยู่ ทำให้ทีมงานต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเพื่อจะตรวจสอบให้ได้ว่าปัญหาที่พบเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร

เพิ่ม Injector Module แยกตัดการทำงานระหว่างหัวฉีดทั้ง 2 ชุด    
    ปัญหาที่พบเกี่ยวกับทางด้านฮาร์ดแวร์หรือชุดอุปกรณ์คือ พื้นฐานของชุด Prins VSI-DI แม้ว่าจะได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อติดตั้งในเครื่องยนต์ GDI รุ่นใหม่ๆ แต่ยังไม่พร้อมที่จะรองรับการติดตั้งในเครื่องยนต์ GDI แบบ D-4S
    จะว่าไปแล้วไม่ใช่ว่าชุด Prins VSI-DI ไม่พร้อมที่จะติดตั้งในเครื่องยนต์ D-4S ไม่เช่นนั้นคงติดไม่ได้ แต่หมายถึงพื้นฐานเดิมของ VSI-DI ความสามารถยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เครื่องยนต์ D-4S ใช้แก๊สได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาต่อยอดระบบ VSI-DI ในบางจุดให้พร้อมรองรับการทำงานในอีกสเต็ปหนึ่ง
    การพัฒนาต่อยอดให้ Prins VSI-DI สามารถทำงานกับเครื่องยนต์ D-4S ได้ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในส่วนของฮาร์ดแวร์หรือการติดตั้งอุปกรณ์ และส่วนของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมในการปรับจูน
    ทางด้านอุปกรณ์ที่มีการพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานการทำงานเดิมของ Prins VSI-DI คือ การเพิ่ม InJector Module อีก 1 ตัว เพื่อแยกการควบคุมและตัดการทำงานของหัวฉีดน้ำมันทั้ง 2 ชุด คือ ติดตั้ง InJector Module เพื่อควบคุมหัวฉีดแยกกันระหว่าง Port Injector กับ Direct Injector และแน่นอนเมื่อมีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมาในระบบ จำเป็นที่จะต้องเขียนโปรแกรมขึ้นใหม่เพื่อควบคุมการทำงานดังกล่าวโดยเฉพาะด้วย
    โดยสรุปถึงปัญหาและการแก้ไขตามที่ได้อธิบายไปนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในการทำงานจริงนั้น กว่าที่จะตรวจพบปัญหาและการแก้ไข ไม่ง่ายเลย

กล่อง Injector Module ทำหน้าที่ควบคุมและตัดการทำงานของหัวฉีดเครื่องยนต์

พื้นฐานเดิมของระบบ Prins VSI-DI จะมีกล่อง Injector Module เพียงกล่องเดียวเท่านั้น สำหรับควบคุมและตัดการทำงานของหัวฉีด Direct Injector ของเครื่องยนต์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีเพียง 4 หัว หรือ 1 หัวฉีด/สูบ แต่กรณีของ D-4S มีเงื่อนไขที่ต่างออกไป อีกทั้งเป็นความต่างถึง 2 ชั้นคือ หัวฉีดเพิ่มจาก 4 หัวเป็น 8 หัว อีกทั้งยังเป็นหัวฉีดคนละประเภทกันด้วย

การติดตั้งอุปกรณ์แก๊ส LPG
    ชุดแก๊ส Prins VSI-DI เป็นชุดแก๊สที่มีอุปกรณ์ส่วนใหญ่เหมือนกับ Prins VSI-2 ที่ใช้ติดตั้งในเครื่องยนต์เบนซินที่มีการจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Port Injection ทั่วไปคือ มีหม้อต้อม มีกรองแก๊ส มีชุดรางหัวฉีด ฯลฯ แต่สิ่งที่ต่างกันคือ มีอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมา เรียกว่า Injector Module ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของหัวฉีดในระบบที่มีการจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection

การติดตั้งอุปกรณ์ ตำแหน่งการวางอุปกรณ์แต่ละตัวในรถมีดังนี้
    - หม้อต้ม หม้อต้มที่ใช้เป็นหม้อต้ม Prins ที่รองรับกำลังงานได้สูงถึง 400 แรงม้า แน่นอนว่าเพียงพอสำหรับเครื่องยนต์ D-4S ของ New Toyota Camry ตำแหน่งการติดตั้งหม้อต้มคือ บริเวณผนังห้องเครื่องยนต์ด้านซ้าย

    - กรองแก๊ส กรองแก๊สมีขนาดไม่ใหญ่มาก ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องกังวลในการติดตั้ง แต่ก็ได้รับการวางตำแหน่งไว้อย่างเรียบร้อย กรองแก๊สที่ใช้เป็นของ Prins เป็นกรองแก๊สที่ประกอบไปด้วยแผ่นกรองถึง 5 ชั้น กรองได้ละเอียดและหมดจด และมีอายุการใช้งานที่นานกว่ากรองทั่วไปถึงเท่าตัว ในขณะที่กรองแก๊สทั่วไปต้องเปลี่ยนทุกๆ 15,000 - 20,000 กิโลเมตร กรองแก๊ส Prins มีอายุการใช้งานนานถึง 40,000 กิโลเมตร

    - ชุดรางหัวฉีด การติดตั้งรางหัวฉีดจะต้องถอดท่อร่วมไอดีอกมาเพื่อทำการเจาะและติดตั้งชุดรางหัวฉีดแก๊ส การเจาะทางร้านได้ทดลองเจาะกับรถของทางร้านเองแล้ว ได้ลองผิดลองถูกกับรถของที่ร้านเองว่าเจาะมุมไหน เอียงแบบไหนถึงจะลงตัวทั้งในเรื่องของความสวยงามและประสิทธิภาพการจ่ายแก๊ส เมื่อลงมือเจาะในรถลูกค้าจะไม่มีการลองผิดลองถูกและความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอน

    - หัวฉีด หัวฉีดที่ใช้เป็นหัวฉีดยี่ห้อ Keihin ผู้ผลิตหัวฉีด OEM ให้กับ Honda เป็นผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับเรื่องของคุณภาพเป็นอย่างมาก หัวฉีด Keihin ที่นำมาใช้ในการติดตั้งเป็นรุ่น K9 ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาคุณสมบัติด้านต่างๆ มาอย่างดีทั้งประสิทธิภาพการจ่ายเชื้อเพลิง ความทนทาน และมีขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบากว่ารุ่น K8 สามารถใช้งานได้นานกว่า 300 Million Cycles

    - กล่อง ECU และ Injector Module 2 ตัว ชุดกล่องควบคุมทั้ง 3 กล่อง ถูกออกแบบตำแหน่งการติดตั้งไว้บริเวณใต้คอนโซลหน้าด้านซ้าย ซึ่งถูกติดตั้งและจัดวางไว้อย่างเรียบร้อยทั้งตัวกล่องและชุดสายไฟ

    - ชุดสายไฟ ชุดสายในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์แก๊สแต่ละตัว และระหว่างระบบแก๊สกับเครื่องยนต์เป็นชุดสายไฟสำเร็จรูปที่ได้รับการผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นสายไฟแบบ Socket ซึ่งใช้การเชื่อมต่อแบบคอนเน็คเตอร์เหมือนกับสายไฟในรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงาน สายไฟแบบนี้ให้ทั้งความสวยงามและประสิทธิภาพที่ดีในการจ่ายกระแสไฟฟ้า หมดปัญหาเรื่องระบบรวนเนื่องจากการเชื่อมต่อสายไฟไม่ดี ชุดสายไฟที่ต้องติดตั้งเพิ่มใน New Toyota Camry มีจำนวนหลายร้อยเส้น แบ่งเป็นหลายชุดด้วยกัน ดังนั้นการเดินสายไฟโดยการตัดต่อและทำการเชื่อมหรือบัดกรีเป็นจุดๆ คงไม่สามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อยแน่นอน อีกทั้งจะทำให้การทำงานล่าช้าอีกด้วย

    - ถังแก๊ส ถังที่ใช้เป็นถังแบบโดนัทของ Metal mate ขนาด 62 ลิตร เป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถจุแก๊สได้ปริมาณมาก สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล การติดตั้งถัง แม้ว่าจะใช้ถังขนาดใหญ๋ แต่สามารถวางถังในหลุมวางยางอะไหล่ได้อย่างพอดี สามารถปิดฝาครอบกลัวได้แนบสนิทเหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงในส่วนของฝาครอบแต่อย่างใด และไม่เสียพื้นที่วางสัมภาระ

วางถังแก๊สแบบโดนัทขนาด 72 ลิตรในหลุมวางยางอะไหล่ได้อย่างพอดี ติดตั้งถังเสร็จแล้วสามารถปิดฝาครอบได้แนบสนิทเหมือนเดิม

ติด LPG ว่ายากแล้ว NGV ยากยิ่งกว่า
    การติดแก๊ส LPG ในเครื่องยนต์ D-4S ของ New Toyota Camry ว่ายากแล้ว การติดตั้ง NGV ยากยิ่งกว่า หลังจากติดตั้ง LPG และทดสอบระบบจนรู้แล้วว่าปัญหาที่พบในครั้งแรกคืออะไร จะต้องแก้อย่างไร คิดว่าแนวทางเดียวกันนั้นจะนำมาใช้กับการติดตั้ง NGV ได้ แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว
    หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ของ NGV โดยใช้แนวทางเดียวกันกับการติดตั้ง LPG รวมทั้งการใช้ Injector Mudule 2 ตัว เพื่อตัดการทำงานของหัวฉีดทั้ง 2 ชุด เครื่องยนต์ไม่มีปัญหาเหมือนกับที่พบในการติดตั้ง LPG ครั้งแรก ในภาพรวมเครื่องยนต์สามารถทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง เพียงแต่กำลังงานของเครื่องยนต์ไม่ดีนัก
    ในทางทฤษฎีแล้ว การใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิง กำลังของเครื่องยนต์จะด้อยกว่าการใช้แแก๊ส LPG อยู่แล้ว แต่ความอืดหรือพละกำลังของเครื่องยนต์ D-4S เมื่อใช้ก๊าซ NGV จากการติดตั้งในครั้งแรกนั้นค่อนข้างอืดมากๆ และไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้งานจริง ทำให้ทีมงานต้องทำการบ้านกันอีกครั้ง

เพิ่มกำลังงานให้เครื่องยนต์ด้วยกล่อง Timing Optimizer
    หลังจากค้นหาสาเหตุแล้วทำให้พบว่า ปัญหาของกำลังงานของเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างอืดน่าจะมาจากจังหวะการจุดระเบิดที่ไม่เหมาะสมกับอ๊อกเทนของก๊าซ NGV เนื่องจากก๊าซ NGV มีอ๊อกเทนที่สูงถึง 120 RON ในขณะที่แก๊ส LPG มีค่าอ๊อกเทนอยู่ที่ 105 RON
    ทำให้ต้องมีการปรับองศาไฟจุดระเบิดให้เหมาะสมกับค่าอ๊อกเทน ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาคือ การติดตั้งกล่อง Prins Timing Optimizer เพิ่มอีก 1 ตัวให้กับระบบ เท่ากับว่าในการติดตั้ง NGV ในเครื่องยนต์ D-4S ต้องใช้กล่อง Injector Module ถึง 2 ตัว และกล่อง Prins Timing Optimizer อีก 1 ตัว
    จากการติดตั้งกล่อง Prins Timing Optimizer ทำให้กำลังงานของเครื่องยนต์ดีขึ้นประมาณ 30% ถือว่าดีขึ้นมากจากการทดสอบในครั้งแรก อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ และสามารถขับขี่ใช้งานได้จริง แต่ยังถือว่ากำลังงานยังด้อยกว่าการใช้ LPG อยู่ เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ เพราะถือเป็นข้อจำกัดในเรื่องคุณสมบัติของเชื้อเพลิงที่ต่างกัน

เพิ่มความซับซ้อนไปอีกขั้นหนึ่งสำหรับการติดตั้งก๊าซ NGV ต้องเพิ่มกล่องควบคุมเข้าไปถึง 3 กล่อง

    หากลูกค้าต้องการความประหยัดที่มากกว่า ซึ่ง NGV จะตอบโจทย์ตรงนั้น ก็ต้องยอมแลกในเรื่องของกำลังงานเครื่องยนต์ที่จะด้อยกว่าอยู่สักหน่อย แต่ถ้าคิดว่าความประหยัดในระดับ LPG ซึ่งประหยัดกว่าการใช้นำ้มันแน่นอน ก็เพียงพอแล้ว ก็จะได้ทั้งความประหยัดและกำลังงานที่น่าพอใจไปพร้อมๆ กัน

ตำแหน่งการติดตั้งอุปกรณ์ NGV
    หลักการทำงานของ LPG กับ NGV นั้นไม่ต่างกัน ระบบ NGV มีการใช้หม้อต้มเหมือนกับ LPG มีอุปกรณ์ปลีกย่อยบางตัวเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมา เช่น เกจ์วัดแรงดันก๊าซ และการติดตั้งอุปกรณ์บางตัวมีตำแหน่งการติดตั้งไม่เหมือนกัน เช่น หัวเติมแก๊สหรือก๊าซ โดยหัวเติมแก๊ส LPG จะอยู่ด้านท้ายของรถ ส่วนหัวเติมก๊าซ NGV จะอยู่ในห้องเครื่องยนต์

NGV หัวเติมก๊าซ (สีฟ้า) จะติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์

ในระบบ NGV จะมีเกจ์วัดแรงดันอยู่ด้วย เกจ์วัดแรงดันจะติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับแบตเตอรี่

    ส่วนตำแหน่งการติดตั้งกล่อง ECU กล่อง Injector Module 2 ตัว และกล่อง Prins Timing Optimizer อีก 1 ตัว ติดตั้งอยู่ใต้คอนโซลหน้าด้านซ้ายเหมือนกัน

กล่อง ECU และกล่อง Injector Module 2 ตัว และกล่อง Timing Optimizer จะถูกติดตั้งอยู่ใต้คอนโซลหน้าด้านซ้ายตำแหน่งเดียวกับการติดตั้ง LPG

ถังก๊าซ NGV ที่จะติดตั้งในรถลูกค้าจะเรียบร้อยกว่านี้ นี่เป็นการติดตั้งเพื่อทดลองระบบเท่านั้น

ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลือง ‘แก๊ส LPG’
    ระหว่างการขับทดสอบการทำงานของระบบแก๊ส LPG ทีมงานได้มีการจับอัตราสิ้นเปลืองด้วยเป็นระยะๆ ซึ่งเคยรายงานกันให้ทราบไปบ้างแล้ว ซึ่งข้อมูลที่เคยรายงานให้ทราบไปก่อนหน้านี้ เป็นการจับอัตราสิ้นเปลืองตามช่วงความเร็ว แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ...
    - การใช้ความเร็ว 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะทาง 100 กิโลเมตร
    - การใช้ความเร็ว 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะทาง 100 กิโลเมตร

อัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    ในการจับอัตราสิ้นเปลืองในช่วงความเร็ว 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ครั้งนั้นทีมงานวิ่งได้ระยะทางที่ 100.7 กิโลเมตร เติมแก๊สไปจำนวน 6.8 ลิตร เป็นเงิน 99.21 บาท (ราคาแก๊สลิตรละ 14.59 บาท)
    เท่ากับว่าอัตราสิ้นเปลืองในช่วงความเร็ว 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในครั้งนั้น อยู่ที่กิโลเมตรละ 0.98 บาท/กิโลเมตร (99.21 บาท /100.7 กิโลเมตร)    

อัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง
        ในการจับอัตราสิ้นเปลืองในช่วงความเร็ว 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ครั้งนั้นทีมงานวิ่งได้ระยะทางทีี 100.6 กิโลเมตร เติมแก๊สไปจำนวน 8.04 ลิตร เป็นเงิน 119 บาท (ราคาแก๊สลิตรละ 14.80 บาท)
    เท่ากับว่าอัตราสิ้นเปลืองในช่วงความเร็ว 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่กิโลเมตรละ 1.18 บาท/กิโลเมตร (119 บาท /100.6 กิโลเมตร)

ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอัปเดตล่าสุด
    การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองครั้งล่าสุด [20-6-2015] เป็นการทดสอบแบบการขับใช้งานจริง ขับตามสภาวะการขับขี่และการจราจรตามปกติ เป็นการขับโดยการเดินทางในเส้นทางนอกเมือง จุดเริ่มต้นจากร้าน หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส มุ่งหน้าจังหวัดสุพรรณบุรี ใช้เส้นทาง นครปฐม-สุพรรณบุรี
    ความเร็วที่ใช้อยู่ในช่วง 80-90 กิโลเมตร/ชั่วโมงสำหรับช่วงที่ผ่านตัวเมือง หรือเขตชุมชนที่มีรถมาก และใช้ความเร็วอยู่ในช่วง 100-110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในช่วงทางตรงและถนนโล่ง
    รอบเครื่องยนต์ในระหว่างการทดสอบโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงประมาณ 1,500 - 2,250 รอบ/นาที

ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วรอบอยู่ที่ประมาณ 1,750 รอบ/นาที

ที่ความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วรอบอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาทีเท่านั้น

    ทีมงานขับไปจนถึงตัวเมืองสุพรรณบุรี โดยกลับรถหน้าวัดป่าเลย์ไลก์ ณ จุดกลับรถ เลขไมล์แจ้งระยะทางอยู่ที่ประมาณ 150 กิโลเมตร ขับย้อนกลับเส้นทางเดิมมาถึงที่ร้าน หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง เลขไมล์แจ้งระยะทางอยู่ที่ 302.3 กิโลเมตร
    เติมแก๊สกลับถังเพื่อคำนวณอัตราสิ้นเปลือง เติมแก๊สไปจำนวน 18.40 ลิตร เป็นเงิน 258 บาท (ราคาแก๊สลิตรละ 14.00 บาท)
    เท่ากับว่าอัตราสิ้นเปลืองในครั้งนี้อยู่ที่กิโลเมตรละ 0.85 บาท/กิโลเมตร (258 บาท /302.3 กิโลเมตร)

น้ำมันไม่หาย ใช้แก๊ส LPG 100%
    ทุกครั้งที่ทำการจับอัตราสิ้นเปลือง ทีมงานได้ตรวจสอบในส่วนของน้ำมันด้วยว่า ระบบมีการจ่ายน้ำมันด้วยหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์ทำงานโดยใช้แก๊ส 100%
    รวมถึงการจับอัตราสิ้นเปลืองครั้งล่าสุด ก่อนออกเดินทาง นอกจากจะเติมแก๊สจนเต็มถังแล้ว ได้เติมน้ำมันจนเต็มถังด้วย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ในการเติมน้ำมันจะเป็นการเติมแบบเต็มจนน้ำมันถึงคอถัง (เขย่ารถ) ส่วนการเติมน้ำมันครั้งล่าสุด เป็นการเติมเต็มแค่าหัวจ่ายตัด
    สรุปแล้วทั้ง 3 ครั้งกับการทดสอบในส่วนของน้ำมัน ...น้ำมันไม่หาย!

จ่ายน้ำมันไม่เกิน 5% หากรอบเกิน 3,500 รอบ/นาที
    ทั้งนี้การขับเพื่อจับอัตราสิ้นเปลืองทั้ง 3 ครั้งตามที่รายงานให้ทราบไปนั้น เป็นการใช้ความเร็วค่อนข้างคงที่  และรอบเครื่องยนต์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาทีเท่านั้น มีบ้างที่ทำความเร็วเพื่อเร่งแซง แต่ก็ไม่ใช่การเร่งแซงแบบทันทีทันใด ความเร็วรอบอาจจะสูงกว่าปกติบ้าง แต่ก็ไม่เกิน 3,000 รอบ/นาที
    การที่น้ำมันไม่หาย สำหรับในกรณีของการใช้แก๊ส LPG ในเครื่องยนต์ D-4S มีสิ่งหนึ่งที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะลูกค้าที่เท้าค่อนข้างหนัก ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง และเร่งแซงแบบทันทีทันใดหรือมีจังหวะคิกดาวน์บ่อยๆ อาจจพบว่าน้ำมันอาจจะพร่องไปบ้าง (เพียงเล็กน้อย)
    เนื่องจากการโปรแกรมการทำงานของเครื่องยนต์จำเป็นที่จะต้องยอมให้น้ำมันถูกจ่ายผ่าน Port Injector ประมาณ 5% (ไม่เกินกว่านี้) หากเครื่องยนต์มีการทำงานที่สูงกว่า 3,500 รอบ/นาที เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าใช้ความเร็วไม่ถึง ซึ่งถ้าเป็นการขับแบบไม่เร่งรีบ เท้าไม่หนัก ไม่คิกดาวน์บ่อยๆ เครื่องยนต์ถือว่าทำงานที่รอบต่ำอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องของการที่น้ำมันจะหายไปจากถังแต่อย่างใด
    จะว่าไปแล้ว ปริมาณไม่เกิน 5% ต่อระยะเวลาการจ่ายในช่วงสั้นๆ ถือว่าเป็นปริมาณที่น้อยมากๆ แต่อย่างไรก็ดีทางร้านจำเป็นต้องชี้แจงให้ลูกค้าทราบถึงเรื่องนี้ไว้ก่อน

 

ติดตามรายงานการทดสอบอัตราสิ้นเปลือง 'ก๊าซ NGV' เร็วๆ นี้

 

    ตอนนี้ทางร้านรับติดตั้งแก๊สให้กับ New Toyota Camry รุ่น 2.0 ที่เครื่องยนต์ D-4S แล้ว รับติดตั้งทั้งแก๊ส LPG และก๊าซ NGV ลูกค้าที่สนใจเข้ารับการติดตั้งโทรสอบถามหรือนัดคิวได้ที่ 083-444-9444
    ติดตามข้อมูลของ หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ได้ทั้ง เว็บไซต์, Facebook และ YouTube





Car Menu
ดูหน้ารวมรถทุกรุ่น


โปรโมชั่นรถยนต์ติดตั้งแก๊ส ประกันต่างๆ พร้อมข้อมูล
คลิ๊กจองติดตั้งแก๊ส นัดวันติดตั้งแก๊ส เพื่อรอรับคิวติดตั้งแก๊ส
คู้มือติดตั้งแก๊ส



14/4 หมู่ 3 ถนนเพชรเกษม ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
โทร. 083-444-9444 , 080-444-4500 , 088-661-6111 , 034-225-559 Fax : 034-323-898

พิกัด GPS : N13° 44.242 E100° 14.217

ระบุแผนที่ ทางบริษัทหงษ์ทอง ออโต้แก๊ส จำกัด


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น